Testdee Text Logo BETA
17 เมษายน 2026

Step-by-Step: คู่มือสร้างโปรเจกต์และ Test Case บน Testdee สำหรับ QA และ Tester

สำหรับทั้ง Quality Assurance (QA) และ Tester การจัดการโปรเจกต์และการสร้าง Test Case อย่างเป็นระบบคือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การทดสอบระบบซอฟต์แวร์เป็นไปอย่างราบรื่น คู่มือนี้จะช่วยแนะนำคุณตั้งแต่ขั้นตอนแรกอย่างการสร้างโปรเจกต์ ไปจนถึงการสร้าง Test Case บน Testdee เพื่อให้คุณสามารถวางรากฐานการทดสอบที่เป็นระบบ ติดตามผล และประเมินผลการทำงานได้อย่างแม่นยำ

Step-by-Step: คู่มือสร้างโปรเจกต์และ Test Case บน Testdee สำหรับ QA และ Tester


อันดับแรกเริ่มจากการกด “สร้างโปรเจกต์” ที่อยู่มุมบนด้านขวา



เมื่อเปิดหน้าต่างสร้างโปรเจกต์ขึ้นมาแล้ว จะมีช่องกรอกข้อมูลแสดงขึ้นมา ได้แก่ ชื่อโปรเจกต์ คีย์ไอดี และรายละเอียดของโปรเจกต์ โดยจำเป็นต้องใส่ชื่อโปรเจกต์และคีย์ไอดีให้ครบทั้ง 2 ช่อง จึงจะสามารถสร้างโปรเจกต์เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บและแยกหมวดหมู่ Test Case ที่เรียกว่ารูปแบบของโฟลเดอร์ได้สำเร็จ ในขณะที่ รายละเอียดโปรเจกต์ สามารถกลับมาแก้ไขในภายหลังได้



หลังจากนั้นจะสามารถเห็นชื่อโปรเจกต์ได้ที่ด้านบนฝั่งซ้ายซึ่งอยู่ติดกับโลโก้ Testdee นั่นแปลว่าการสร้างโปรเจกต์ได้เสร็จสิ้นแล้ว



Interface ของโปรแกรม Testdee ที่เห็นเมื่อสร้างโปรเจกต์สำเร็จจะแสดงข้อความว่า “ยังไม่ได้สร้างรายการเทส” เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เข้าใช้งานและยังไม่เคยมีการสร้างเทสมาก่อน เพราะฉะนั้นขั้นตอนถัดไปคือการสร้าง Test Case โดยการกดปุ่ม “สร้าง” ซึ่งจะถูกแสดงพร้อมกับหน้าต่างตัวเลือกย่อย 3 ตัวเลือก ได้แก่ สร้างโฟลเดอร์ สร้างเทสเซต และสร้างเทสเคส ให้เลือก



เมื่อเลือกตัวเลือก “สร้างโฟลเดอร์” Test Case สิ่งที่ต้องทำมีเพียงแค่ระบุชื่อของโฟลเดอร์ก็สามารถสร้างโฟลเดอร์ Test Case ได้สำเร็จ โดยสามารถเลือกรายการเทสต้นทางที่เป็นโฟลเดอร์ Test Case หรือ เทสเซต เพื่อจัดหมวดหมู่การทำงานของ Test Case ในรูปแบบของโฟลเดอร์ได้ ส่วนรายละเอียดของโฟลเดอร์ที่สร้างสามารถกลับมาเขียนเพิ่มในตอนหลังได้เช่นเดียวกับการสร้างโปรเจกต์



นอกจากการสร้างโฟลเดอร์แล้วยังมีฟังก์ชันสำหรับการสร้างเทสเซตด้วย เพียงกด “สร้างเทสเซต” และระบุชื่อเทสเซตก็สามารถสร้างเทสเซตได้ โดยสามารถกดเลือกรายการเทสต้นทางที่อยู่ในรูปแบบโฟลเดอร์หรือเทสเซตได้ และสามารถย้อนกลับมาแก้ไขรายละเอียดเทสเซตได้เสมอ



และเมื่อกด “สร้างเทสเคส” ระบบจะแสดงหน้าต่างสร้าง Test Case เพื่อให้ระบุชื่อ Test Case โดยสามารถเลือกรายการต้นทางได้เช่นเดียวกับโฟลเดอร์และเทสเซต



ถัดมาจะมีประเภทเทสให้เลือกทั้ง Automate, Manual, Unstructured และเทสประเภทอื่นนอกจากเทส 3 ประเภทที่กล่าวมานี้ด้วย ถัดไปคือระดับความสำคัญซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่แบบความสำคัญต่ำไปจนถึงระดับความสำคัญมากที่สุด นอกจากนั้นยังมีสถานะของเทสทั้งแบบที่ต้องทำ (To-do) แบบเสร็จสิ้น (Done) รวมถึงแบบ Customized ที่สามารถเพิ่มสถานะเองได้ด้วย



รายละเอียดของ Test Case สามารถกลับมาแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมได้ทีหลังเช่นเดียวกัน โดยจำเป็นต้อง ระบุชื่อ Test Case เลือกประเภท Test Case เลือกสถานะ และระบุขั้นตอนการเทส (ทั้งขั้นตอน ข้อมูล และผลลัพธ์ที่ต้องการ) ให้ครบทั้ง 4 อย่างจึงจะสามารถสร้าง Test Case ได้สำเร็จ





Testdee เป็นตัวช่วยที่เข้ามาแก้ไขปัญหาการทดสอบระบบซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน สู่เครื่องมือที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายสำหรับการจัดการ Test Case ได้อย่างง่ายดาย การใช้งานก็ทำได้ง่ายโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเรียนรู้และ training กับตัวโปรแกรมเยอะ


Testdee ยังเป็นมากกว่าแค่ Test Case Management Tool แต่ยังช่วยให้ทีมของคุณสามารถทำงานได้สะดวก รวดเร็วขึ้น มีความชัดเจนและมั่นใจมากขึ้น มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ช่วยสรุปข้อมูลของ Test Case เช่น หน้าสถิติและภาพรวมของ Test Case เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันภายในทีม


ทดลองใช้งานได้ฟรีตั้งแต่วันนี้!